New World Order Strategy in Play : Turkey Crisis

 

หากใครติดตามสถานการณ์โลกในตอนนี้ เรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจมากที่สุดในสายตาของนักลงทุนคงหนีไม่พ้นเรื่องของวิกฤติค่าเงิน ‘ลีลา’ ของประเทศตุรกี ที่อ่อนตัวลงไปมากกว่า 40% ในปีนี้ 

.

ความจริงแล้ว ปัจจัยพื้นฐานที่ผลักให้ตุรกีต้องเผชิญกับการไหลออกของเงินทุนต่างชาตินั้นมีอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณหนี้ต่างประเทศที่มีอยู่สูง อัตราเงินเฟ้อที่สูง ตลอดจนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มลดลง ดังนั้น เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกากดปุ่มดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้ากับตุรกี โดยเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 50% และ ภาษีอลูมิเนียมเป็น 20% ประเทศตุรกีจึงอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก เมื่อรวมเข้ากับปัจจัยการแข็งตัวของดอลล่าร์ด้วยแล้ว จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรที่ ‘เงินร้อน’ ภายในประเทศตุรกีจะพากันไหลออกอย่างรวดเร็วจนกระทบถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศตุรกีอย่างที่เห็นในวันนี้

.

แต่ถึงจะมีปัจจัยรองรับการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจในตุรกีอยู่ครบถ้วนก็ตาม คำถามที่น่าสนใจคือ การเกิดวิกฤติครั้งนี้มีปัจจัยอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะดูจากท่าทีของผู้นำตุรกีแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจาก IMF อย่างสิ้นเชิง ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยเมื่อปี 1997 แตกต่างจากกรีซ ในปี 2009 และล่าสุด แตกต่างจากอาเจนติน่าซึ่งประสบปัญหาเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่ง IMF ก็เข้ามาให้เงินช่วยเหลือพร้อมเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ ดังนั้น การที่ตุรกีไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก IMF นั้น มันกำลังแปลความหมายได้ว่าไม่ต้องการอยู่ในเงื่อนไขใดๆ ของ IMF ใช่หรือไม่ ?? 

.

ถึงแม้ตุรกีจะไม่สนใจขอความช่วยเหลือจาก IMF แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตุรกีจะไม่มองหาความช่วยเหลือจากประเทศอื่น และเมื่อมองเหล่าพันธมิตรของตุรกีแล้ว ก็ต้องบอกว่ามันน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้นระหว่างตุรกีกับรัสเซีย เงินลงทุนช่วยเหลือจากประเทศกาตาร์ ตลอดจนเงินลงทุนช่วยเหลือจากประเทศจีน ทั้งหมดนี้กำลังบอกว่าประเทศตุรกีกำลังบอกลา dollar ecosystem และหันมาซบอกระบบ non-dollar ecosystem หรือเปล่า เราลองมาพิจารณาผลกระทบจากการย้ายข้างของตุรกีดู ว่าทำไมพฤติกรรมของตุรกีเช่นนี้ จึงทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาถึงกับเต้นผาง ประกาศจะไม่ผ่อนปรนมาตรการใดๆ กับตุรกีโดยเด็ดขาด 

. 

1. NATO VS Russia 

.

ก่อนหน้านี้ ตุรกีนับว่าเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด รวมทั้งตุรกียังเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต แต่ทั้งหมดก็มาถึงจุดเปลี่ยนในปี 2016 เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารที่ตุรกีแบบที่ประธานาธิบดี แอร์โดอัน ไม่ทันตั้งตัว และไม่ได้รับคำเตือนจากฝั่งพันธมิตรฝ่ายนาโต โดยสิ้นเชิง โชคยังดี ที่แม้จะไม่ได้รับคำเตือนจากฝ่ายพันธมิตร แต่เขากลับได้รับคำเตือนจากทางรัสเซียเกี่ยวกับการรัฐประหาร ประธานาธิบดี แอร์โดอัน จึงเป็นฝ่ายชนะการทำรัฐประหารครั้งนั้นอย่างหวุดหวิด ผลจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของ ตุรกี-สหรัฐอเมริกา ค่อยๆ ย่ำแย่ลง ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ตุรกี-รัสเซีย กลับดีวันดีคืนขึ้นอย่างรวดเร็ว 

.

หลายคนคงสงสัยว่า แล้วเรื่องนี้สำคัญอย่างไรต่อสหรัฐอเมริกาถึงขั้นทำให้ประเทศพี่ใหญ่เต้นผางได้ คำตอบนั้นไม่ยากเลย มันถูกเขียนไว้อยู่บนแผนที่โลกใบนี้ ในเชิงการค้า ประเทศตุรกีเป็นประเทศที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของโลก เพราะเป็นประเทศที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างยุโรปและตะวันออกกลาง มาจนถึงเอเชีย ส่วนในเชิงการทหาร นาโต มีกองกำลังปิดล้อมรัสเซียที่ยุโรปตะวันออกและที่ตุรกี อีกทั้งการมีฐานทัพที่ตุรกี ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนพลไปยังบริเวณตะวันออกกลางอีกด้วย แต่เมื่อตุรกีเริ่มหันไปเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย ทำให้กองกำลังทหารของนาโตที่ตุรกีไม่เข้มแข็งเหมือนเดิมอีก อีกทั้งตุรกียังได้เจรจาขอซื้ออาวุธจากทางรัสเซีย ซึ่งระบบการใช้งานมีความแตกต่างจากกลุ่มนาโต ดังนั้นการสูญเสียตุรกีในฐานะพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของสหรัฐ จึงมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงในสายตาของประเทศสหรัฐอเมริกา 

.

2. Energy Landscape 

.

การเป็นพันธมิตรกันระหว่างตุรกีและรัสเซีย ทำให้โครงการก่อสร้างท่อแก๊ส South Stream ที่เชื่อมระหว่าง รัสเซีย-ตุรกี ที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ถูกรื้อฟื้น และก่อสร้างใหม่อีกครั้งในชื่อ Turkstream ซึ่งการก่อสร้างท่อแก๊ซนี้จะทำให้ตุรกีสามารถส่งออกแก๊ซไปยังยุโรปได้มากขึ้น โดยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้

.

นอกจากนี้ หากมองตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค เส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่จะส่งพลังงานไปยังยุโรป คือเส้นทางที่ผ่านตุรกี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในฝั่งตะวันออกกลางมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอิรัค ซีเรีย หรืออิหร่าน การเกิดขึ้นของพันธมิตรภายในตะวันออกกลางนำโดย รัสเซีย อิหร่าน และตุรกี ซึ่งมีการขายพลังงานโดยไม่ใช่เปโตรดอลล่าร์เรียบร้อยแล้ว ก็กำลังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา 

. 

3. Dollar VS Non Dollar Ecosystem

.

เห็นได้ชัดว่าขณะนี้ ดอลล่าร์ถือว่าเป็นสาเหตุของความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจที่ระบาดไปทั่วโลก การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถพิมพ์เงินได้จำนวนไม่จำกัด และนำเงินนั้นไปฝากไว้กับประเทศต่างๆ ในนามของเงินสำรองระหว่างประเทศ และเงินลงทุนต่างชาติ ทำให้โลกนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจมาแล้วจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีบางประเทศต้องการลดอำนาจของดอลล่าร์ที่มีต่อประเทศตัวเองลง โดยการเริ่มทำการค้าแบบทวิภาคี และใช้เงินสกุลท้องถิ่นของตนแทนที่เงินดอลล่าร์ รวมไปถึงมีการซื้อทองคำเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศที่ใช้วิธีนี้มากที่สุดประเทศหนึ่ง คงหนีไม่พ้นประเทศรัสเซีย ที่ทยอยขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซื้อทองคำ และซื้อขายพลังงานด้วยเงินที่ไม่ใช่เปโตรดอลล่าร์ 

.

จีนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่สร้างระบบทางการเงินเป็นของตนเอง รวมถึงมีนโยบายการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน อีกทั้งมีการซื้อขายกับประเทศต่างๆ ในระดับทวิภาคีโดยใช้เงินสกุลท้องถิ่น เป็นประเทศที่สหรัฐอเมริกามองว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของเศรษฐกิจสหรัฐ จนนำมาสู่นโยบายการกีดกันทางการค้าที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนั้น เป็นผลมาจากการพัฒนาระบบการค้าที่มองข้ามดอลล่าร์ รวมไปถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่มีโอกาสจะก้าวข้ามสหรัฐในอนาคตได้

.

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตุรกี?? 

.

หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีและสหรัฐกำลังเผชิญกับความล้มเหลว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกี รัสเซีย อิหร่าน และจีน กลับดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลุ่ม รัสเซียและจีน คือผู้นำทางด้านเศรษฐกิจใหม่ซึ่งลดบทบาทของดอลล่าร์ลง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ส่วนอิหร่าน คือประเทศที่ถูกประเทศสหรัฐอเมริกาแทรกแซงมาโดยตลอดและไม่สามารถค้าขายผ่านระบบดอลล่าร์ได้ ดังนั้นอิหร่านจึงจำเป็นต้องมองหาระบบที่ไม่ใช่ดอลล่าร์เพื่อความอยู่รอดของประเทศ ดังนั้น กลุ่มพันธมิตร รัสเซีย อิหร่าน และจีน จึงเป็นภัยต่อความมั่นคงของดอลล่าร์ ยิ่งเมื่อรวมเอาตุรกีซึ่งมีที่ตั้งประเทศอยู่ในจุดยุทธศาสตร์มาเป็นพันธมิตรเพิ่มเติม นั่นยิ่งทำให้สหรัฐอเมริกามองว่าสกุลเงินของตนกำลังถูกท้าทายอย่างมีนัยยะสำคัญ 

.

ดังนั้น เมื่อประเทศตุรกีมีปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเกิดวิกฤติ ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงไม่รอช้าที่จะกดปุ่มเพื่อรุกฆาตตุรกีเพื่อให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เคยสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศสหรัฐฯ 

.

4. The way out or No way out ?? 

.

แล้วตุรกีจะหาทางออกจากปัญหานี้ได้อย่างไร และมีทางให้ตุรกีหาทางออกได้หรือไม่?? คำตอบตายตัวคงไม่มี เพราะความเป็นจริงคือเศรษฐกิจตุรกีนั้นเกิดความเสียหายอย่างมากไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเสียหายมากกว่านี้ เพราะตุรกียังอยู่ในระบบของดอลล่าร์ ยิ่งสหรัฐดำเนินมาตรการดูดสภาพคล่องออกจากระบบ ยิ่งส่งผลให้ตุรกีมีปัญหามากขึ้นจากการที่ดอลล่าร์อยู่ในภาวะแข็งค่า รวมกับภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น ทั้งหมดนั้นทำให้หนี้ของตุรกีมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยที่แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจลดลง 

.

อย่างไรก็ตาม ตุรกีเป็นประเทศที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบรรดาประเทศที่อยู่ในแกนตรงกันข้ามของสหรัฐอเมริกา ความสำคัญเช่นนี้ทำให้ประเทศตุรกีจะไม่ถูกทอดทิ้งเหมือนประเทศเวเนซุเอลลา รวมทั้งไม่อาจปล่อยให้ตุรกีถึงทางตันจนต้องกลับไปซบอก IMF ได้ เพราะการกลับไปหา IMF เท่ากับเป็นการบอกให้รู้กลายๆ ว่าประเทศตุรกีจะต้องยอมทุกข้อตกลงที่ IMF ต้องการ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะรวมถึงข้อตกลงทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองและภูมิศาสตร์เศรษฐกิจโลก ที่เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาด้วย

.

ดังนั้น วิกฤติเศรษฐกิจตุรกีในรอบนี้ ไม่ใช่แค่สนามรบระหว่างยักษ์กับมดเท่านั้น ตรงข้าม มันเป็นสนามรบระหว่างยักษ์ตัวเดิม กับว่าที่ยักษ์ตัวใหม่ งานนี้ หญ้าแพรกอย่างเราๆ จึงควรจะติดตามข่าวสารและระมัดระวังการลงทุนให้ดีๆ เพราะศึกครั้งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งศึกที่ไม่จบง่ายๆ 

.

Mei  

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s